ลำดับหนี้-เลิกจ้างเพราะปิดกิจการ

 ตั้งกระทู้ใหม่  เว็บบอร์ด

สวัสดีครับ คุณทนายป๊อด 


บริษัท จะทำการปิดกิจการ(กพ59)โดยบริษัทยังมีค่าจ้างเก่าค้างพนักงานตั้งแต่ปี 2557 เป็นจำนวนหลักหมื่น-แสน/คน และบริษัทจะจ่ายค่าชดเชยกับบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ตรงตามกฎหมายกำหนด โดยจะเขียนข้อตกลงให้ค่าชดเชย พนง.คนละ 3 เดือนบวกเงินเดือนค้างเก่า จะเฉลี่ยจ่ายเป็นงวด ๆ โดยเขียนหนังสือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมถ้อยคำที่ว่า พนง.จะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องอะไรอีก. ที่บริษัททำเช่นนี้เนื่องจากกรรมการไม่มีเงินจ่าย และทรัพย์สินของบริษัทก็มีไม่มากเนื่องจาก พนง รุ่นก่อนๆ ที่เลิกจ้างออกไปเมื่อปี 2556 และ ต้นปี 2558 ไปฟ้องศาลและบังคับคดีมายึดทรัพย์สินของบริษัทไปหลายรายการแล้ว และก็มีทรัพย์สินอีกบางส่วนที่ติดจำนองธนาคารเช่นตัวอาคารโรงงานพร้อมที่ดิน, เครื่องจักรใหญ่ เป็นต้น ขอเข้าคำถามนะครับ


1.ถ้าพนักงานตกลงเงื่อนไขค่าชดเชยแค่3เดือนซื่งไม่ตรงตามกฎหมายกำหนด สามารถทำได้ไหม ขัดกับ ก.ม.ไหม?  ถ้าพนง.ไม่เซ็นต์ยินยอมได้ไหมครับ?


2.ถ้าพนักงานยอมเซ็นต์ไปก่อนให้จบ ๆ ไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจอีก 2-3 เดือนข้างหน้าสามารถไปฟ้องเอาค่าชดเชยตามอายุงานที่กฎหมายกำหนดได้หรือไม่ครับ?


3.ในกรณีนายจ้างผิดนัดชำระ ถึงขั้นฟ้องศาลก็ยังไม่มีเงินจ่ายอีก บังคับคดีแล้วมูลค่าทรัพย์สินไม่เพียงพอ มีแต่ทรัพย์สินที่ติดจำนอง ถ้าเป็นเช่นนี้เมื่อยึดทรัพย์สินทุกชนิด ทุกประเภทเพื่อขายทอดตลาดแล้ว ลูกจ้างจะเป็นเจ้าหนี้ลำดับที่เท่าไหร่ครับ สามารถเฉลี่ยทรัพย์ที่ติดจำนองได้ไหมครับ ฟัง ๆ มาไม่รู้ถูกหรือผิดว่าลูกจ้างจะได้เจ้าหนี้ลำดับ 1 ช่วยตอบข้อสงสัยด้วยครับ?


4.กรณีที่รู้ว่ากรรมการและบริษัทไม่มีเงินสดเงินก้อนจ่ายเงินชดเชยและเงินเดือนค้างต่าง ๆ ให้พนักงานทุกคนประมาณ 50 กว่าคน ควรไปฟ้องแรงงานพื้นที่ หรือ ศาลแรงงานกลางครับ?


ขอบพระคุณมากครับ

แล้วถ้าบริษัทไม่ได้มีทรัพย์สินที่พอจะขายทอดตลาดแล้วนำมาแบ่งจ่ายเงินเดือนค้างจ่ายของพนักงาน แต่เจ้าของหรือกรรมการผู้ถือหุ้นมีทรัพย์สินส่วนตัว เช่นรถยนต์ หรือที่ดิน เงินในบัญชีส่วนตัว อย่างงี้เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะมีสิทธิยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเพื่อนำมาจ่ายเงินเดือนพนักงานหรือชำระหนี้สินของบริษัทได้หรือไม่ครับ


ของคุณครับ


 โลมาทมิฬ    7/30/2018 1:11:37 PM  


กรณีตามคำถามทนายขอตอบดังนี้ครับ


1.การตกลงรับเงินค่าชดเชยที่น้อยกว่ากฏหมายกำหนดไว้ สามารถมีผลบังคับได้ก็ต่อเมื่อลูกจ้างต้องพ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างแล้วมีการตกลงทำบันทึกระหว่างกันบันทึกดังกล่าวสามรถใช้บังคับได้ มีผลทางกฎหมาย แต่ในทางกลับกันถ้าตกลงทำบันทึกใน๘ณะที่ยังอยู่ในฐานะเป็นลูกจ้าง บันทึกใช้บังคับไม่ได้เป็นโมฆะ


2.ก็ต้องดูว่าลงนามในบันทึกในช่วงเวลาใด ตามข้อ 1.


3. เมื่อมีการบังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดิน แต่เนื่องจากที่ดินเป็นหนี้บุริมสิทธิที่ควรจะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นๆ ที่มิใช่เจ้าหนี้บุริมสิทธิ แต่ตามกฏหมายกำหนดให้หนี้สินที่นายจ้างติดจ้างต่อลูกจ้าง ลูกจ้างเป็นเจ้าหนี้บุริมสืทธิที่มีลำดับก่อนเจ้าหนี้บุริมสิทธิประเภทธนาคารครับ


4.สามารถใช้ช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้นครับ อันนี้ก้แล้วแต่ว่าคุณสะดวกจะไปที่ไหน ที่ศาลหรือที่สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานฯ 


 ทนายป๊อด    3/6/2016 8:21:21 AM  


 แสดงความคิดเห็น
ใส่ตัวอักษรตามที่เห็นด้านบน