ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดบีบบังคับให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกเป็นการเลิกจ้าง หรือไม่ ?

มีกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง โดยให้ลูกจ้างเขียนใบลาออก ลูกจ้างไปยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน โดยลูกจ้างได้บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า  โจทก์เป็นลูกจ้าง (วิศวกร) ของจำเลยมาตั้งแต่ปี 2553 โดยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 73,600 บาทโจทก์ฟ้องว่าในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของจำเลยได้บีบบังคับให้โจทก์เขียนใบลาออก และยอมรับค่าชดเชยเพียงครึ่งหนึ่งโดยอ้างว่าหากโจทก์ไม่เขียนใบลาออก จำเลยจะออกหนังสือปลดอยู่ดี และจะทำหนังสือแจ้งไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อไม่ให้จ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง

ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงแยกแยะได้ดังนี้

1. การแสดงเจตนาที่ไม่สมัครใจ: ศาลพิจารณาว่า การที่โจทก์เขียนใบลาออกนั้น ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ แต่เกิดจากภาวะที่ต้องเกรงกลัวจำเลยและถูกบังคับให้เลือก เนื่องจากโจทก์ไม่มีเวลาครุ่นคิดและกังวลว่าครอบครัวจะต้องลำบากหากตกงาน

2. พิจารณาจากพฤติการณ์: ศาลแรงงานและศาลอุทธรณ์ฯ เห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าการบีบบังคับเกิดจากที่จำเลยได้รับความเสียหายและสูญเสียเงินจำนวนมากในการแก้ไขงานก่อสร้างที่โจทก์รับผิดชอบ นอกจากนี้ ศาลยังพิจารณาสภาพชีวิตของโจทก์ (อายุ 51 ปี ทำงานมานานกว่า 10 ปี มีภาระเลี้ยงดูบุตรสองคนที่กำลังศึกษา) และสภาพเศรษฐกิจในช่วงปี 2563 ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งทำให้โอกาสในการหางานใหม่ที่มั่นคงมีน้อย

3. การโต้แย้งของจำเลย: จำเลยให้การว่าโจทก์ตัดสินใจยื่นใบลาออกเอง โดยระบุเหตุผลว่าไปดูแลครอบครัว เนื่องจากโครงการที่รับผิดชอบมีผลประกอบการขาดทุน  แต่ศาลเห็นว่าเหตุผลในการลาออกที่ระบุไว้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากงานใหม่มีความมั่นคงและรายได้น้อยกว่างานเดิมมาก

4. ข้อสรุปทางกฎหมาย: การที่นายจ้างบีบบังคับให้ลูกจ้างลาออกจนทำให้การแสดงเจตนาลาออกไม่เกิดจากความสมัครใจ ถือเป็นการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ซึ่งนับเป็น การเลิกจ้าง

คำพิพากษา ศาลแรงงานภาค 2 มีคำพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ขาดไปจำนวน 368,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้ พิพากษายืน ตามศาลแรงงานภาค 2 โดยไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวุฒิภาวะของโจทก์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง

ดังนั้น คดีนี้จึงยืนยันหลักการว่า การลาออกที่เกิดจากการถูกบีบบังคับ ไม่ถือเป็นความสมัครใจของลูกจ้าง แต่เป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้าง ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดบีบบังคับให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกเป็นการเลิกจ้าง หรือไม่ ?

พฤติการณ์อย่างไรถือเป็นจงใจไม่จ่ายเงินชดเชย

ถ้าจะขยายอายุเกษียณของพนักงานควรจะต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ถ้าจะขยายอายุเกษียณของพนักงานควรจะต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ออกหนังสือเตือนอย่างไรให้มีผลบังคับตามกฏหมาย?

ออกหนังสือเตือนอย่างไรให้มีผลบังคับตามกฏหมาย?